ปัจจุบันนี้เรามีเกมบาคาร่าออนไลน์ที่สามารถเล่นได้ทุกที่ โดยหากจะเรียกบาคาร่าให้คนไทยเข้าใจง่ายๆนั้น บาคาร่าก็คือเกมป๊อกเด้ง โดยเป็นเกมไพ่ที่ได้รับความนิยมที่อยู่ในสังคมไทยเรามาอย่างยาวนาน วิธีการเล่นโดยหลักคือ โดยแต่ละฝ่ายจะได้รับการแจกไพ่ 2-3 ใบเพื่อนับผลรวมของแต้มทั้ง 2-3 ใบนี้ โดยผู้ที่ได้ผลรวมของแต้มที่มากที่สุดโดยที่จะต้องได้แต้มไม่เกิน 9 ก็ถือเป็นผู้ชนะของเกมนี้ โดยหากว่าผู้เล่นแต่ละฝ่ายมีผลรวมของไผ่ที่เท่ากัน ผู้เล่นก็จะสามารถเรียกใบที่สามเพิ่มมาอีกใบเพื่อนำมาวัดผลแพ้หรือชนะกันอีกทีได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บาคาร่าจะมีความแตกต่างจากป๊อกเด้งของไทยนิดหน่อยคือ บาคาร่าจะมีการเปิดให้เดิมพันทายฝั่งที่ชนะหรือทายผลลัพธ์ได้เสมอ โดยผู้ที่ทายถูกก็จะได้รับผลตอบแทนตามที่ได้เดิมพันเอาไว้ จึงทำให้บาคาร่าเป็นเกมที่น่าสนใจจนกระทั่งทุกๆคาสิโนจะรวมเกมบาคาร่าไว้ให้กับผู้เล่นด้วย

วิธีการเล่นป๊อกเด้งในประเทศไทย

  • ลูกมือแต่ละคนวางเดิมพันตามต้องการ เจ้ามือ สามารถจำกัดเดิมพันเท่าที่เจ้ามือรับได้
  • เจ้ามือทำการสับไพ่แจกให้ผู้เล่นเริ่มจากทางซ้ายหรือทางขวาก็ได้โดยมีเจ้ามือได้ไพ่เป็นคนสุดท้าย ให้แจกทีละใบจนครบ 2 ใบ
  • เจ้ามือและผู้เล่นทุกคนดูไพ่ในมือ และ รวมผลบวกของไพ่ที่ได้รับ โดยตัวเลขจะมีค่าตามเลขนั้น ไพ่ J, Q ,K นับเป็น 10 และ A นับเป็น 1 หลังจากนั้น ให้ดูหลักหน่วยของผลรวม
  • เล่นไปเรื่อย ผู้เล่นสามารถหยุดเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าเจ้ามือจะหยุดต้องประกาศล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ตาต่อรอบการเล่น เพื่อให้ลูกมือมีโอกาสได้ถอนทุนก่อน

วิธีการเล่นบาคาร่าออนไลน์

หากคุณชื่นชอบกีฬาก็จะยิ่งเข้าใจการเล่นบาคาร่าออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว เพราะการเล่นาคาร่าออนไลน์เหมือนกับการถ่ายทอดสดกีฬาโดยที่ผู้เล่นบาคาร่าออนไลน์สามารถแทงผลกันได้สดๆเลยว่าจะเล่นอะไร ความหมายของหน้าที่ไพ่นั้นถือเป็นหัวใจสำคัญของบาคาร่าออนไลน์ โดยที่จะเหมือนกับป๊อกเด้งที่คนไทยคุ้นชินกัน กล่าวคือ จุดหมายของเกมนี้คือ การได้ผลรวมที่สูงที่สุดแต่ไม่เกิน 9 หากแต่ได้ 10 หรือ ไพ่ J, Q, K นั้นจะถือเป็น 0 ทันที! ในขณะที่ A จะมีค่าเท่ากับ 1 ในขณะเดียวกัน ไพ่ที่เกินหลักสิบไปแล้วก็จะนับเพียงหลักหน่วยเท่านั้น อย่างเช่น ผู้เล่นที่ได้ไพ่ 5  และ 7 แม้ผลรวมของไพ่คือ 12 แต่จะถูกนับเป็นเพียง 2 เท่านั้น ทีนี้เรามาดูวิธีการเล่นเลยว่าบาคาร่าออนไลน์นั้นมีวิธีการเล่นอย่างไร

  • แรกเริ่มเลยผู้เล่นต้องตัดสินใจว่า จะลงเดิมพันที่ฝั่งไหนจาก 2 ฝั่งโดยฝั่งหนึ่งคือเจ้ามือหรือสีแดง อีกฝั่งคือ ผู้เล่นหรือสีน้ำเงิน โดยคำว่าเจ้ามือนี้เป็นเพียงชื่อตัวแทนที่ใครก็สามารถเข้าไปเดิมพันได้และผู้เล่นที่มากด้วยประสบการณ์ส่วนมากก็จะแนะนำให้เดิมพันกับเจ้ามือมากกว่าเพราะมีโอกาสที่จะชนะมากกว่านั่นเอง
  • ผู้ที่เป็นดีลเลอร์ จะเปิดไพ่หงายมา 1 ใบให้กับฝ่ายผู้เล่นโดยให้กับฝ่ายเจ้ามือ ในขณะที่อีก 1 ใบให้กับฝ่ายผู้เล่น จากนั้นก็ให้ฝ่ายเจ้ามืออีกครั้งรวมเป็นฝ่ายละ 2 ใบ ถ้าผู้เล่นฝ่ายใดมีแต้มรวมเป็น 8 หรือ 9 ก็จะถือว่าชนะเลยโดยไม่ต้องเปิดไพ่ต่อซึ่วถือว่าฝ่ายนั้นจะเป็นผู้ชนะ (เหมือนกับไพ่ป๊อก 8 ป๊อก 9 ที่เราคุ้นเคยกันดี) แต่ถ้าหากผู้เล่นมีไพ่ต่ำกว่า 5 แต้มก็จะต้องจั่วไพ่เพิ่มอีก 1 ใบ
  • การจั่วไผ่นี้แบ่งออกเป็น 2 ฝั่งได้แก่ ฝั่งผู้เล่นและฝั่งเจ้ามือ

ฝั่งผู้เล่นหากเปิดไพ่ 2 ใบ แต้มที่ได้ก็คือ:

0, 1, 2, 3, 4, 5………………… จั่วเอาไพ่ใบที่สาม

6, 7……………………………… ไม่จั่ว

8, 9……………………………… ไม่จั่ว

ฝั่งเจ้ามือหากฝ่ายผู้เล่นมีแต้มอยู่ที่ 6-7 แต้ม และไม่ได้จั่วไพ่ใบที่3เพิ่ม การเล่นของฝ่ายเจ้ามือต้องจั่วไพ่เพิ่มเมื่อมีแต้ม 0, 1, 2, 3, 4, 5 และถ้าหากเจ้ามือมีแต้ม 6 หรือ 7 แล้ว ก็ไม่ต้องจั่วไพ่ใบที่ 3อีก

กลยุทธ์การเล่นบาคาร่า

แน่นอนว่านักพนันทุกคนที่ตัดสินใจลงทุนเดิมพันในแต่ละครั้งก็มีเป้าหมายเดียวกันคือเพื่อชนะเกมและได้กำไรจากการเล่น โดยในแต่ละคนก็มีเทคนิคการเล่นที่แตกต่างกันไป โดยบทความนี้เราจะมานำเสนอกลยุทธ์ปราบเซียนที่หากว่าคุณได้ลอง รับรองว่าจะติดใจ

1.เทคนิคหัวก้อย

บาคาร่าออนไลน์ เหรียญ

ถ้ามีการโยนหัวก้อยจำนวน n ครั้ง และ n มีค่ามากพอ (เช่น โยนหัวก้อย 3,000 ล้านครั้ง) โอกาสที่จะออกหัวและก้อยจะพอๆ กันคือ 50% หรือประมาณด้านละ 1,500 ล้านครั้ง ถ้าเกมบาคาร่านี้ให้คุณเลือกว่าหัวหรือก้อย แน่นอนว่าไม่มีใครที่จะเลือกหัวก้อยให้ชนะได้มากกว่าแพ้ ทีนี้หากเราเปลี่ยนโจทย์ว่า หากเรามีเงินพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง คุณเลือกได้ว่าคุณจะสามารถลงเงินในเกมบาคาร่านี้เป็นเงินกี่บาท ตั้งแต่ 1 บาทไปถึง 1,000 บาทในแต่ละครั้ง เช่น ครั้งที่หนึ่ง คุณพนันว่าออกหัว 100 บาท ครั้งที่สอง คุณพนันว่าออกหัว 200 บาท ครั้งที่สาม คุณพนันว่าออกก้อย 500 บาท

คนที่แก้โจทย์นี้ได้ จะเป็นผู้ชนะในบ่อนคาสิโน หรือ ในเกมบาคาร่าออนไลน์ เกมที่เราเล่นในบ่อนส่วนใหญ่มีโอกาสชนะใกล้เคียง 50% แต่เรามักจะเสียเปรียบเจ้ามือนิดหน่อย (odd) ซึ่งตามหลักแล้วบ่อนคาสิโนมักจะทำกำไรจากส่วน odd ตรงนี้นั่นเอง

2.กลยุทธ์ของเคลลี่

สูตรของเคลลี่คือสูตรในการที่จะใช้คำนวนหาขนาดของเงินเดิมพันในแต่ละครั้งโดยมีพื้นฐานมาจากสมมุติฐานที่ว่า สิ่งที่คุณต้องการในการลงทุน ก็คือการเติบโตของเงินทุนในระยะยาวนั่นเอง วิธีการของเคลลี่ ที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารเงินหน้าตัก ก็คือ การกำหนดขนาดของเงินเดิมพันต่อครั้ง เป็นร้อยละของเงินหน้าตักทั้งหมดที่เหลืออยู่ สัดส่วนของเงินหน้าตักที่ใช้เป็นเงินเดิมพันต่อตา มีค่าเท่ากับ กำไรคาดหวัง(%) / อัตราต่อรอง

สูตรของเคลลี่นั้นก็คือ : Kelly% = W-(1-W)/R

โดยที่ Kelly% = สัดส่วนร้อยละของเงินทุนที่เหมาะสม ในการที่จะเดิมพันในแต่ละครั้ง

W = อัตราส่วนร้อยละของการเทรดซึ่งเกิดเป็นกำไรขึ้น (ความแม่นยำคิดเป็นเปอร์เซนต์)

R = อัตราส่วนระหว่างขนาดของกำไรโดยเฉลี่ย/ขนาดของการขาดทุนโดยเฉลี่ย

ยกตัวอย่างเช่น

หากคุณมีค่า W (ความแม่นยำ) อยู่ที่ 30% โดยมีค่า R (อัตราต่อรอง) อยู่ที่ 5:1 คุณควรที่จะกำหนดความเสี่ยงหรือเงินเดิมพันที่คุณยอมจะสูญเสียได้ในแต่ละครั้งเท่ากับ Kelly % = 0.3 – (1- 0.3)/5 = 0.3 – 0.14 = 0.16 หรือคิดเป็นร้อยละ 16 ของเงินทุน (16%) นั่นเอง

นอกจากนี้ท่านสามารถอ่านกลยุทธ์การเล่นบาคาร่าเพิ่มเติมได้ที่นี่

เวบไซต์สำหรับบาคาร่าออนไลน์ที่นิยมในประเทศไทย